แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลวก แสดงบทความทั้งหมด

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลวก แสดงบทความทั้งหมด

การกำจัดปลวกด้วยสารเคมี

การกำจัดปลวกด้วยสารเคมี

ธรรมชาติของ ปลวก จะกัดกินและสร้างความเสียหายจากภายในเฟอร์นิเจอร์ หรือในเนื้อไม้ก่อน
กว่าคุณจะรู้หรือพบเห็นทางเดิน ปลวก ที่สร้างขึ้นมาภายนอกนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใน ปลวก
งานได้สร้างความเสียหายมากพอสมควร แล้วถ้าหากคุณใช้วิธีการกำจัดปลวก ด้วยสารเคมีที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงฉีดพ่น
บริเวณตรงที่พบทางเดินปลวก แน่นอนด้วยสารเคมีที่มีกรดรุนแรงก็จะสามารถ
กำจัดปลวก ที่คุณพบเห็นเป็นทางเดิน หรือเจอตัวปลวกงานได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีกำจัดปลวกด้วยวิธีนี้
เป็นวิธีกำจัดปลวกที่ทำให้ปลวกตัวที่ไม่โดนสารเคมีทั้งหมด หรือบางตัว(ส่วนใหญ่)เปลี่ยนทางเดิน
และไปสร้างความเสียหายกับบริเวณอื่นๆต่อไป ซึ่งโดยธรรมชาติปลวกงานจะไม่มีวันหยุดหาอาหาร
และการกำจัดปลวกด้วยวิธีนี้ไม่สามารถกำจัดปลวกนางพญาได้
นอกจากนั้นการกำจัดปลวกด้วยวิธีนี้ยังทำให้ปลวกนางพญาได้รับอาหารน้อยลง
จึงทำให้ปลวกนางพญาต้องฝักไข่เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะมีปลวกงานเพียงพอ สำหรับหาอาหารมาเลี้ยงตัวเอง
และปลวกตัวอื่นๆที่อยู่ในรังให้มีชีวิตต่อไป

อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก

อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก


อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก


1. ถังสำหรับฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวก
2. อุปกรณ์สำหรับตวงวัดสารเคมีกำจัดปลวก
3. หน้ากากหรือผ้าปิดจมูกและหมวกที่ป้องกันละอองสารเคมีกำจัดปลวกได้
4.ชุดคลุม,เสื้อแขนยาว,กางเกงขายาวที่มิดชิด
สำหรับการใช้อุปกรณ์กำจัดปลวกอาจจะมีมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นตามสภาพพื้นที่และความรุนแรงหรือความเป็นพิษของน้ำยากำจัดปลวก นอกจากอุปกรณ์กำจัดปลวกพร้อมตามที่ต้องการแล้วควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากด้วย

แหล่งอาหารของปลวก

แหล่งอาหารของปลวก จำแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ

ไม้ (wood)

ดินและฮิวมัส (soil & humus)

ใบไม้และเศษซากพืชที่ทับถมอยู่บนพื้นดิน( Lave and litter )

ไลเคนและมอส ( Lichen and Moss)


. ปลวกส่วนใหญ่จะกินอาหารประเภทเนื้อไม้ เปลือกไม้ เศษไม้ ใบไม้ หรือวัสดุ อื่นๆ ที่มีเซลลูโลส เป็นองค์ประกอบ โดยในระบบทางเดินอาหารของปลวกจะมีสัตว์เซลล์เดียวคือ โปรโตซัวในปลวกชั้นต่ำ หรือมีจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย และเชื้อราในปลวกชั้นสูงซึ้งจะทำหน้าที่ช่วงในการย่อยอาหารประเภทเซลลูโลส หรือสารประกอบอื่นๆให้กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายปลวก

การวางระบบท่อป้องกันปลวก

การวางระบบท่อป้องกันปลวก


การวางระบบท่อป้องกันปลวก

ก่อนการก่อสร้างบ้านควรมีการจัดทำระบบท่อป้องปลวกไว้ในขั้นตอนแรกๆเพราะปลวกคือแมลงเม่า ที่ไหนมีแมลงเม่าบินไปถึง ที่นั้นอาจเป็นบ้านของปลวกหลังต่อไป ก่อนก่อสร้าง ระบบท่อป้องกันปลวกจะเดินตามคานสิ่งปลูกสร้างและทำการเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ โดยลักษณะของท่อกำจัดปลวกนั้นจะไม่สัมผัสกับดินเพราะอาจจะทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งระบบท่อจำจัดปลวกนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทำการทุบพื้น เจาะบ้านเป็นรูเพื่อฉีดน้ำยากำจัดปลวกระยะเวลาในการฉีดสารเคมีกำจัดปลวกลงในท่อกำจัดปลวกนั้นโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาตกค้างของสารเคมีกำจัดปลวกซึ่งทั้วไปมักฉีดปลวกประมาณปีละครั้ง

การทำ Pipe Treatment เป็นการวางท่อไว้ใต้อาคารเพื่อกำจัด และป้องกัน ปลวก การบริการจะต้องมีการเตรียมพื้นที่แล้วติดตั้งท่อตามแนวคานคอดิน ที่อยู่ใต้อาคาร การอัดน้ำยาเข้าท่อโดยใช้เครื่องอัดแรงดันสูง ทำให้น้ำยาแพร่กระจายตามท่อที่ติดตั้งไว้ ทั้งนี้การติดตั้งท่อจะทำตอนที่คานคอดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว


.

วงจรชีวิตของปลวก

วัฏจักรชีวิตปลวก


ปลวกทหาร ต่อสู้ ป้องกัน พลเมืองปลวก จากมด

ปลวก ทำงาน ทำงานหาอาหาร กินไม้ กินประตู วงกบ

ราชินีปลวก  วางไข่


ราชินีปลวก และการวางไข่  วางไข่ วันละหลายหมื่น ฟอง โอ้..... บร่ะเจ้า




แมลงเม่า  

แมลงเม่า

ความเสียหายจากปลวก ปลวกกินวงกบหน้าต่าง

ปลวกกินคานบ้าน

รังปลวก เส้นทางเดินของกองทัพปลวก



วัฏจักรชีวิตปลวก


ปลวกเมื่อโตเต็มวัยจะมีปีกหรือที่เรารู้จักกันว่า "แมลงเม่า” พบแมลงเม่ามากในช่วงต้นของฤดูฝน หรือระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายนและช่วงที่มีฝนตกผิดฤดูและมีปริมาณความชื้นสูง จึงเป็นระยะที่เหมาะกับการผสมพันธุ์ของแมลงเม่าและพบเห็นบ่อย

แมลงเม่าทั้งตัวผู้และตัวเมีย เมื่อบินออกจากรังจะจับคู่กันแล้วจะสลัดปีกทิ้ง จากนั้นจะพากันไปหาสถานที่ที่เหมาะสมในการที่จะเป็นรังใหม่ของมันต่อไปนั่น คือบริเวณที่มีความชื้นสูงและมีแหล่งของอาหารคือไม้อย่างพอเพียง ขั้นตอนการผสมพันธุ์เริ่มจากปลวกเพศเมีย ซึ่งกลายเป็นราชินีปลวกจะปล่อยกลิ่นฟีโรโมน ทำให้ปลวกตัวผู้(ปลวกราชา)ไปหาและผสมพันธุ์กัน เมื่อสร้างรังเสร็จตัวราชินีปลวกจะเริ่มวางไข่ภายในเวลา 1 เดือน การวางไข่ของราชินีปลวกครั้งแรกจะมีจำนวนน้อยประมาณ 10 ฟองหรือมากกว่า ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนปลวกออกมาภายในเวลาหลายสัปดาห์ วัฏจักรชีวิตปลวก รุ่น แรกจะเป็นปลวกงานและปลวกทหาร ในระยะแรกตัวอ่อนจะได้รับอาหารจากปลวกราชินีโดยการกินมูลและอาหาร ซึ่งทำให้ปลวกได้รับโปรโตซัวและแบคทีเรีย ต่อมาส่วนท้องของปลวกราชินีจะขยายใหญ่ขึ้นและจะเริ่มวางไข่อีกและจะเคลื่อน ไหวไปไหนมาไหนไม่ได้ ในครั้งนี้จะเป็นการผลิตปลวกงานและปลวกทหารให้เพิ่มขึ้น ในระยะ 3-4 ปีต่อมาราชินีจึงวางไข่เพื่อผลิตวรรณะสืบพันธุ์ชุดแรก สำหรับตัวราชาปลวกจะมีรูปร่างขยายขึ้นกว่าเดิมไม่มากนัก จะคอยอยู่ใกล้ๆ กับตัวนางพญาปลวกเพื่อทำการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว



ลักษณะไข่ปลวกมีรูปร่างเรียวยาวหรือค่อนข้างกลม สีขาวนวลมักวางเป็นฟองเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มคล้ายไข่แมลงสาบ เมื่อฟักออกเป็นตัวจะมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยแต่จะมีขนาดเล็กกว่า ตัวอ่อนจะลอกคราบหลายครั้งและเจริญเป็นตัวเต็มวัยที่ไม่มีปีกและเป็นหมัน คือปลวกงานและปลวกทหาร ส่วนตัวอ่อนที่ลอกคราบกลายเป็นตัวเต็มวัยมีปีกหรือแมลงเม่าจะกลายเป็นวรรณะ สืบพันธุ์ ระยะเวลาการเจริญของวรรณะสืบพันธุ์จากไข่ถึงตัวเต็มวัยใช้เวลา 9-10 เดือน ส่วนวรรณะทหารและกรรมกรใช้เวลา 4-6 เดือน วงจรชีวิตปลวกนางพญาและปลวกราชาจะมีอายุยืนยาวถึง 25-50 ปี



เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูการเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตกปีละประมาณ 2 -3 ครั้งโดยแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย (Alate or winged reproductive male of female ) บินออกจากรังในช่วงเวลาพลบค่ำประมาณ 18.30-19.30 น. เพื่อมาเล่นไฟจับคู่ผสมพันธุ์กันจากนั้นจึงสลัดปีกทิ้งไป แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินในบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น หลังจากปรับสภาพดินเป็นที่อยู่แล้วประมาณ 2-31 วันจึงเริ่มวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงวันละหลายพันฟอง ไข่จะฝักออกมาเป็นตัวอ่อน (Larva ) และจะเจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบจนเป็นตัวเต็มวัย ไข่รุ่นแรกจะฝักออกมาเป็นปลวกไม่มีปีก และเป็นหมันสารเคมีที่เรียกว่าฟีโรโมนหรือสารที่ผลิตออกมาจากทวารหนักของ ราชินี เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดจะเป็นตัวกำหนดให้ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นปลวกวรรณะต่างๆเช่น ปลวกงาน (Worker ) ปลวกทหาร (Soldier ) โดยบางส่วนของตัวอ่อนจะเจริญไปเป็นปลวกที่มีปีกสั้น ไม่สมบูรณ์ ซึ้งอยู่ในช่วงระยะเจริญพันธุ์ (Nymphs ) เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะเจริญไปเป็นแมลงเม่า ซึ่งมีปีกยาวสมบูรณ์เต็มที่บินออกไปผสมพันธุ์ต่อไป ตัวอ่อนบางส่วนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะสืบพันธุ์รอง (Supplementary Queen and king ) ซึ่งทำหน้าที่ผสมพันธุ์และอกไข่ เพิ่มจำนวนประชากร ในกรณีที่ราชา (King ) หรือราชินี (Queen ) ของรังถูกทำลายไป





.

ที่อยู่อาศัยของปลวก

ที่อยู่อาศัยของปลวก แบ่งเป็น

- ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน จำแนกได้อีก 3 พวก คือ ปลวกใต้ดิน, ปลวก
ที่อยู่ตามจอมปลวก และปลวกที่อยู่ตามรังขนาดเล็ก
- ปลวกที่อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ แยกเป็นปลวกไม้แห้ง เป็นพวกที่มีอาณาจักร หรือรังเล็กกว่าปลวกใต้ดิน อาศัยอยู่ในเนื้อไม้และจะไม่ลงไปในดิน ปลวกชนิดนี้ต้องการความชื้นในไม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นปลวกที่ทำลายความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนและเครื่องเฟอร์นิเจอร์มาก ที่สุด และปลวกไม้ชื้น อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ที่มีความชื้นสูง เช่น เปลือกไม้ ไม้ซุง หรือไม้ที่ผุแล้ว ตามปรกติแล้วปลวกประเภทนี้จะไม่มีอันตรายกับอาคารบ้านเรือนมากนัก
ทั้งนี้ปลวกชอบอาศัยอยู่ในที่ที่มีความชื้นสูง มีความอดทนต่ออากาศที่มีความกดดันต่ำ มันจึงต้องอาศัยอยู่ในพื้นดินที่มีความชื้นของบ้าน และจะเข้ามาตามพื้นช่วงล่างของอาคาร โดยสร้างทางเดินและไต่เข้ามาตามรอยแยกอาคาร ซึ่งไม่มีอาคารชนิดใดไม่ว่าจะปลูกใหม่หรือเก่าจะปลอดภัยจากปลวก มันสามารถสร้างทางเดินด้วยดินเหนียวหุ้มเป็นโพรง ไต่เข้าไปตามผนังหรือรอยแตกของคอนกรีต รอยต่อของอิฐ และท่อน้ำทิ้งของพื้นช่วงล่างของอาคารได้เสมอ
และหากจะสังเกตเมื่อเห็นปลวกที่มีปีกหรือแมงเม่าบินออกจากรูไปอย่างรวดเร็ว นั่นแสดงถึงลางร้าย พวกปลวกเหล่านี้จะบินไปซ่อนตัวตามอาคาร แล้วชอนไชเข้าไปกินเนื้อไม้ หรือทรัพย์สินของท่าน การกำจัดปลวกจึงต้องอาศัยผู้ที่มีอาชีพกำจัดปลวกโดยตรง หรือหากจะป้องกันด้วยตนเอง ควรหามาตรการโดยให้ผู้ชำนาญการกำจัดแมลง เป็ฯผู้สร้างมาตรการป้องกันตามหลักวิชาการที่ได้ผลแน่นอน และจะคงผลไว้ในระยะเวลานานหลายปี ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย ด้วยความชำนาญของเจ้าหน้าที่ และตัวยาเคมีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดย สมาคมผู้ประกอบกิจการกำจัดแมลงแห่งประเทศไทย


ความเสียหายจากปลวก

ความเสียหายจากปลวก


ปลวก สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนมากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมากกว่าความเสียหายจากอัคคีภัยถึง 5 เท่า ปลวกเป็นแมลงศัตรูสำคัญทางเศรษฐกิจ ในการสำรวจพบว่าอาคารบ้านเืรือนเกือบ 40% เคยถูกปลวกเข้าทำลาย เมื่อปลวกเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน พวกมันจะขุดดินทำอุโมงค์ เข้ามายังทรัพย์สิน อันมีค่าอย่างลับ ๆ และแอบซ่อนทำลายทรัพย์สินไปเรื่อย ๆ จึงเป็นการยากที่จะหยุดการทำลายล้างของมัน ไม่สามารถตรวจพบพวกมันก่อนที่จะสาย โดยส่วนมากผู้ที่พบปัญหา หรือเคยถูกปลวกทำลายทรัพย์สิน จะเป็นจุดที่ปลวกกินและไม่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว เช่น บานประตู วงกบ ไม้ลายบัว บันได ตู้ไม้่ต่าง ๆ วงกบประตูห้องน้ำ เป็นต้น


ปลวกตัวแรกของโลกพบเมื่อประมาณ 220 ล้านปีมาแล้ว เป็นการขุดพบซากฟอสซิลของปลวก โดย E.M. BORDY แห่ง
มหาวิทยาลัย WITWATERSRAND ในแอฟริกาใต้ ทำให้นักชีววิทยาสัตว์ดึกดำบรรพ์รู้ว่าปลวกโบราณมีรูปร่างที่ละม้าย
คล้ายคลึง แมลงสาบปัจจุบันมากแต่มีขนาดเล็กกว่าและมีผิวอ่อนนุ่มกว่า

- ในโลกทุกวันนี้มีปลวกมากกว่า 2,000 ชนิด
- แมลงเม่า เป็นปลวกในระยะสืบพันธ์
- ราชาปลวก เป็นปลวกที่ไม่ต้องทำมาหากิน มีหน้าที่สืบพันธ์กับราชินีปลวกในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ศัตรูปลวก ได้แก่ มด แมลงเต่าทอง ตัวต่อ กิ้งก่า ตะกวด ตะขาบ นอนหลับพักผ่อน ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างปลวกอ่อนไม่ถูกกระทบ
กระเทือน
- อาณาจักรปลวกมีการปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย์ คือมีราชินีปลวกเป็นเจ้าแม่ผู้ทรงอำนาจสูงสุด เพราะเจ้าแม่ปลวกขาวพันธ์อาจมีอายุยืนนานถึง 100 ปี ดังนั้นการมีประสิทธิภาพสูงในการผลิตปลวก จึงทำให้สมาชิกปลวกมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และนั่นก็หมายความว่า รังปลวกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยมันจะขนดินจากใต้ดินขึ้นมาบนดินและวางให้เป็นกองแล้วใช้น้ำลายเป็นตัวเชื่อมเนื้อดิน จนได้จอมปลวกที่อาจสูงถึง 7 เมตร ลักษณะของรังปลวกจะเอียง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง และรังของมันจะมีรูระบายอากาศเข้าออกอีกทั้งมีสิ้นปิดเปิดให้ความชื้นภายในรังอยู่ที่ระดับพอดี


ปลวกคือ ??

มารู้จัก ปลวก



ปลวก
แมลงตัวน้อยที่เจ้าของบ้านต่างพากันกลัว มันไม่ได้มีความดุร้าย ทั้งยังมีขนาดตัวที่เล็กเพียงเท่ามดแต่เป็นเพราะความสามารถในการกัดกินของ เจ้าพวกนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นไม้ กระดาษ ผ้า หนังสัตว์ พรม หนังสือ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารอันโอชะของเจ้าปลวกทั้งสิ้นใช่ว่าพวกมันจะชอบกินไม้หรือวัสดุเหล่านั้น เพียงเพราะ เซลลูโลส (cellulose) ที่มีอยู่ในเนื้อไม้และสิ่งต่างๆ นั้นต่างหาก ที่ผุพังกลายมาเป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งบังเอิญว่าอาหารเหล่านี้สามารถหาได้เป็นอย่างดีในบ้านเราโดยไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ในปัจจุบันการสร้างบ้านแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มขั้นตอนของการป้องกันการก่อตัวของปลวกเข้าไปอย่างขาดไม่ได้

โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการก่อสร้าง คือ ก่อนการก่อสร้าง ควรอัดเคมีลงดินให้รอบแนวคานทั้งด้านในและด้านนอกของตัวบ้าน และฉีดสารเคลือบผิวดินทุกตารางนิ้ว รวมไปถึงตัวอาคาร และบริเวณที่มีความชื้นสูงการเลือกวัสดุที่จะนำมาสร้างบ้านนั้นหากต้องการที่จะใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก ควรเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลาย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ เป็นต้นปลวก เป็นสัตว์ที่นับได้ว่ามีความขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก ในการทำงานของมันนั้นจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คือ แมลงเม่า เป็นปลวกในระยะขยายพันธุ์

ปลวกเป็นกลุ่มของแมลง eusocial ที่จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับการจัดอันดับที่จัดหมวดหมู่ของคำสั่ง Isoptera  แต่ได้รับการยอมรับในขณะนี้เป็นญาติ ของแมลงสาบ Blattodea.
ในขณะที่ปลวกเป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศออสเตรเลีย
ขณะที่ 'white ant' จะไม่เกี่ยวข้องกับมด

เช่นมดและผึ้งและตัวต่อ - ทั้งหมดที่จะอยู่ในที่แยกต่างหาก
 - ปลวกแบ่งแรงงานในหมู่วรรณะผลิตรุ่นทับซ้อนกันและดูแลปลวกตัวเด็กทั้งหมด ปลวกส่วนใหญ่กินพืชที่ตายแล้วโดยทั่วไปในรูปแบบของไม้ใบไม้, ดินหรือมูลสัตว์และประมาณ ปลวกมีประมาณ 4,000 ชนิด (ประมาณ 3,106 เป็นที่รู้จักกัน  จัดหมวดหมู่แล้ว)
ปลวกมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ   เป็นศัตรูพืช     สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้าง อาคารพืชหรือปลูกป่า ปลวกเป็น detritivores สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเขตร้อน
และกึ่งเขตร้อนและปลวกมีหน้าที่ในการรีไซเคิลไม้และพืชอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก เป็นแมลง eusocial ปลวกอาศัยอยู่ในอาณานิคมที่ที่ครบกําหนดจํานวนจากหลายร้อยหลายล้านตัว
ปลวกสื่อสารระหว่างความหลากหลายของกิจกรรมพฤติกรรม    การกระจายอำนาจอาณานิคมใช้ระบบตนเองจัดกิจกรรมที่นำปลวกงาน   ที่แสดงแมลงเดียวเพียงอย่างเดียว อาณานิคมโดยทั่วไปมีนางไม้ (semimature หนุ่ม), คนงาน,
ทหารและประชากรปลวก  ปลวกสืบพันธุ์โดย   ปลวกราชินีเป็นตัววางไข่  ปลวกราชินีมีสองเพศ

ปลวกนางพญาและราชา
จะทำหน้าที่วางไข่เพื่อเพิ่มประชากรปลวก
- ปลวกทหาร
จะทำหน้าที่ต่อสู้กับศัตรูที่เข้ามาบุกรุกรังของมัน
- ปลวกงาน
จะทำหน้าที่หาอาหาร สร้าง ซ่อมและขยายรัง
- ปลวกขยายพันธุ์
หรือแมลงเม่าจะทำหน้าที่ในการขยายพันธุ์
ในแต่ละปีจะมีนางพญาปลวกเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ ในช่วง พฤษภาคม - มิถุนายน และในช่วงพฤศจิกายน


กำจัดปลวกคลิก



Top Hit