10 เรื่องจริงของแมลงสาบที่คุณต้องรู้

10 เรื่องจริงของแมลงสาบที่คุณต้องรู้อันดับที่ 10 ไข่แมงสาบ
ไข่แมงสาบ


แมลงสาบ วางไข่เป็นกลุ่ม กลุ่มละหลายฟอง และจะเชื่อมติดกันเป็นกลุ่มด้วยสารเหนียวมีลักษณะเป็นแคปซูล หรือกระเปาะ รูปร่างเหมือนเมล็ดถั่ว (ootheca) รูปร่างลักษณะของแคปซูลจะแตกต่างกับไปไม่แน่นอนแล้วแ ต่ชนิดของ แมลงสาบ แมลงสาบ บางชนิดจะนำกระเปาะไข่ติดตัวไปด้วยจนไข่ใกล้จะฟักจึง ปล่อยออกจากลำตัว แต่บางชนิดอาจมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (parthenogenesis) ก็ได้ ลักษณะ การวางไข่ของ แมลงสาบ แตกต่างกัน บางชนิ
ดจะวางไข่ตามซอกมุมหรือในดิน หรืออาจจะวางติดกับฝาผนังบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แมลงสาบหนึ่งตัว สามารถวางไข่กี่ฟองในชั่วชีวิตของมัน โดยเฉลี่ยแล้วแมลงสาบมีอายุ 180 วัน มันวางไข่เป็นกระเปาะ กระเปาะละ 30-40 ฟอง โดยชั่วชีวิตของมันจะออกได้ 6-8 ล็อก เมื่อคำนวณดูพบว่าแมลงสาบตัวเมียหนึ่งตัวสามารถกำเนิ ดลูกถึง 180 - 320 ตลอดชั่วชีวิตของมัน นับว่าเป็นแมลงที่ลูกดกจริงๆอันดับที่ 9 แมลงสาบต้นเหตุทำให้โลกร้อน

แมลงสาบต้นเหตุทำให้โลกร้อน


ข้อมูลนี้เป็นเรื่องจริง จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าแมลงสาบผายลมออกมาเป็นก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ เฉลี่ยทุก 15 นาที หลังจากมันตายมันก็ปล่อยก๊าซมีเทนถึง 18 ชั่วโมง จากสถิตพบว่าผายลมที่แมลงปล่อยมีมากถึง 20 % ของการปล่อยก๊าซมีเทนทั้งหมดในโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้แมลงสาบขึ้นบัญชีดำว่าเป็นตัวการใหญ ่ที่ทำให้เกิดโลกร้อน อย่างแท้จริง(นอกจากนี้ยังมีตัวการอีกชนิดคือปลวก ซึ่งปลวกทุกตัวจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมา เพราะการกัดกินไม้ทำให้เกิดก๊าซขึ้นในกระเพาะ มันจึง ผายลมออกมา)

อันดับที่ 8 ทำไมแมลงสาบตายมันจึงหงายท้อง?
แมลงสาบตาย





แมลงสาบป่าเป็นอาหารชั้นดีสำหรับนกและสัตว์ตัวเล็กๆ อื่นๆ แต่เมื่อแมลงสาบมาอาศัยบ้านเรานั้น แน่นอนเรากินมันไม่ได้ ดังนั้นการกำจัดแมลงสาบคือการใช้เท้ากระทืบหรือเอาอะ ไรสักอย่างทับให้ไส้แตก และวิธีที่ฮิตที่สุดคือการใช้สารฆ่าแมลงฉีดพ่น แต่คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมเมื่อแมลงสาปโดนสารฆ่าแมลง นี้เข้าไป ทำไมมันจึงหงายท้องก่อนตาย ความจริงแล้ว แมลงสาบในธรรมชาติส่วนน้อยเท่านั้นที่หงายหลังตาย เพราะโดยทั่วไปแมลงสาบมักเป็นอาหารแก่สัตว์ต่างๆ ก่อนที่มันจะตายนั้นเอง แต่ เมื่อแมลงสาบมาอยู่บ้านมนุษย์ แมลงสาบไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออาศัยอยู่บนพื้นผิว เรียบๆลื่นๆ และโล่งๆ โครงสร้างร่างกายของมันส่วนใหญ่สร้างมาเพื่ออาศัยอยู ่ในพื้นที่ขรุขระ มีเศษวัสดุอย่าง เช่น ใบไม้กิ่งไม้ กระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อมันมาอาศัยอยู่ในบ้าน ซึ่งมีแต่พื้นเรียบๆลื่นๆ และโล่งๆ จากก็จะทำให้มันมีโอกาสมากที่จะพลิกกลับลำตัวไม่ได้ เมื่อเผอิญหงายท้องไปดังนั้นอาจบอกได้ว่า บ้านใครที่สะอาดๆ แมลงสาบมีโอกาสจะตายเองมากกว่า ส่วน กรณีที่ว่าทำไมแมลงสาปโดนสารฆ่าแมลงนี้เข้าไป ทำไมมันจึงหงายท้องก่อนตาย เนื่องด้วยสารฆ่าแมลงส่งผลผลต่อระบบประสาทของแมลงสาบ โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Cholinesterase เอนไซม์ชนิดนี้เป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่สลาย Acetylcholine (ACh) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท เมื่อเอนไซม์ไม่ทำงาน มี ACh มากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการอัมพาต ขาของแมลงสาบจะงอเข้าหากัน เกิดเป็นความไม่สมดุล และทำให้แมลงสาบหงายท้องตายนั้นเอง


อันดับที่ 7 แมลงสาบอินเตอร์ (อยู่มันซะทุกทวีป)



คำว่าแมลงสาบมาจากภาษาสเปนคำว่า Cucaracha ส่วนภาษาอังกฤษแรกเริ่ม(ปี 1624)เขียนว่า Cacarootch แต่กระนั้นแมลงสาปนั้นมีอยู่ทั่วโลก ทุกทวีป ทั่วประเทศ จึงไม่น่าแปลกที่มันมีคำเรียกหลายภาษา เช่น ภาษาดัตซ์: kakkerlak m ,ฮิบรู:(jook) , ญี่ปุ่น: (gokiburi), มองโกเลีย: (joom), รัสเซีย: (tarakan), สวีเดน: kackerlacka, ตุรกี: hamam , อูดุ(Urdu)เป็นภาษาของชาวปากีสถานและอินเดียเหนือ


แมลงสาบมาดากัสการ์
อันดับที่ 6 เสียงของแมลงสาบมาดากัสการ์
แมลงสาบไม่ใช่ทุกพันธุ์ที่จะบินได้ เช่น แมลงสาบมาดากัสการ์เป็นแมลงสาบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาแ มลงสาบด้วยกัน ชื่อสามัญว่า "Madagascan Giant Hissing Cockroach" ที่มาของชื่อเนื่องจากมันชอบร้องเสียงดังในระหว่างกา รผสมพันธุ์ และเมื่อมันถูกรบกวน หรือต้องการสื่อสารกับพวกให้รู้ถึงอันตราย อย่าง ที่บอกคือความสามารถพิเศษแมลงสาบมาดากัสการ์คือเสียง โดยตัวเต็มวัยของทั้งสองเพศและตัวอ่อนในระยะหลังสามา รถทำเสียงได้ เสียงนั้นคล้ายเสียงขู่ของงู (hissing sound) อวัยวะที่ให้กำเนิดเสียงของแมลงสาบชนิดนี้อยู่ที่รูหายใจ (spiracle) จากด้านข้างของท้องปล้องที่ 4 ทั้งสองข้าง แมลงสาบยักษ์ทำเสียงเพื่อใช้ในการเกี้ยวพาราสีก่อนผส มพันธุ์ แมลงสาบเพศผู้อาจใช้เสียงขู่เพื่อไล่ตัวผู้อื่นๆเพื่อแย่งตัวเมีย นอกจากนี้เสียงขู่ยังใช้สำหรับป้องกันตัวเองจากศัตรู ธรรมชาติ

แมลงสาปหัวขาดแล้ว แต่ยังไม่ตาย
อันดับที่ 5 แมลงสาปหัวขาดแล้ว แต่ยังไม่ตาย


ด้วยลักษณะโครงสร้างของแมลงสาบ ทำให้มันค่อนข้างทนทานกับแรงกระแทกและอื่นๆอีกมากมาย บางครั้งก็เอาของหนักวางทับมัน มันก็ไม่ตาย และที่อึดยิ่งกว่านั้น คือ หัวขาดแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นอาทิตย์ ซึ่งน่าแปลกมากทำไมแมลงสาปโดนตัดหัวแล้วไม่ตาย แต่ในขณะที่มนุษย์โดนตัดหัวถึงตาย นักวิทยาศาสตร์ได้ให้คำอธิบายว่า เปรียบเทียบระหว่างคนและแมลงสาปโดนตัดหัวว่า คนเรานั้นเมื่อโดนตัดหัวจะเสียชีวิตทุกรายเพราะเสียเลือดแรงดันเลือดต่ำลง ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนและสารอาหารเดินทางไปเลี้ย งเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ อีกประการหนึ่ง คนหายใจทางปากและจมูก มีสมองทำหน้าที่ควบคุมการทำงานที่สำคัญ เมื่อไม่มีศีรษะระบบหายใจก็หยุดทำงาน และไม่มีช่องทางสำหรับอาหารเข้าสู่ร่างกายแต่ระบบร่างกายของแมลงสาบ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แมลงสาบไม่มีแรงดันโลหิตเหมือนคน มันไม่มีเครือข่ายเส้นเลือด หรือเส้นเลือดฝอยเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน แมลงสาบใช้ระบบเส้นเลือดไหลเวียนแบบเปิด ซึ่งใช้มีแรงดันโลหิตน้อยมาก หลังจากแมลงสาบถูกตัดหัวขาดแล้ว แผลที่คอจะสมานอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดไม่ไหลทะลักออกจนตาย แมลงสาบยังหายใจผ่านทางท่อหายใจขนาดเล็กที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องใช้สมองควบคุมการหายใจ และเลือดไม่ได้เป็นตัวลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกาย แต่เนื้อเยื่อต่อตรงเข้ากับท่อหายใจโดยตรงแมลงสาบยังเป็นสิ่งมี ชีวิตที่เรียกว่า สัตว์เลือดเย็น หมายความว่า กินอาหารน้อยกว่ามนุษย์ ดังนั้น ถ้ามันได้กินอาหารสักมื้อ มันสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์ ตราบใดที่มันไม่ถูกสัตว์นักล่าสวาปาม แค่มันทำตัวนิ่งเฉย ไม่เดินเพ่นพ่านให้ติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัส มาปลิดชีพ นอกจาก นี้ อวัยวะแต่ละส่วนของแมลงสาบยังมีกลุ่มเนื้อเยื่อประสา ทเฉพาะของตัวเอง คอยตอบสนองระบบประสาทพื้นฐาน ถึงจะไม่มีสมองร่างกายของมันยังทำงานพื้นๆ ได้ เช่น ยืน และขยับตัวได้เมื่อถูกแตะ และไม่ใช่แต่ลำตัวเท่านั้นที่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองได ้ แม้แต่หัวที่ขาดกระเด็นออกมาจากร่างกาย ยังสามารถขยับหนวดไปมาได้หลายชั่วโมงจนกว่าพลังงานหมด หรือถ้าเอาสารอาหารป้อนแล้วไปเลี้ยงในตู้เย็น หัวแมลงสาบยังขยับได้อีกนาน



อันดับที่ 4 แมลงสาบตัวการโรคภูมิแพ้
แมลงสาบเป็นตัวก่อโรคสำคัญหนึ่งของมนุษย์ คือโรคภูมิแพ้ โดยแมลงสาบจะปล่อยสาร คัดหลั่งจากตัว ไม่ว่าจะเป็นอึ หรือ อะไรก็ตามที่อยู่บนตัวมัน เป็น Allergen (สารก่อภูมิแพ้) ชั้นดี ดังนั้น เด็กที่อยู่บ้านสกปรกก็อาจจะเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย ซึ่งภูมิแพ้นี้ถ้าเป็นเรื้อรัง จะมีโอกาสพัฒนาไปสู่การเป็นโรคหอบหืดได้ แทบ ไม่น่าเชื่อเลยว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคแพ้แมลงสาบ (Cockroach allery) มากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบอัตราการเกิดโรคสูงเป็นอันดับสองรองจากโรคแพ้ไร ฝุ่น (แพ้ไรฝุ่นประมาณ 60% , แมลงสาบ 40%) อาการที่พบในผู้แพ้แมลงสาบ คือ หายใจไม่สะดวกหรือจับหืด (asthma) อันเนื่องมาจากการสูดดมสารแพ้ (cockroach allergens) เข้าไป ปัจจุบันนักวิจัยให้การยอมรับว่าแมลงสาบสามารถก่อให้ เกิดโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหอบหืด และโรคแพ้อากาศ (rhinitis)


อันดับที่ 3 แมลงสาปเจ้าแห่งความเร็ว


มีการวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเร็วที่สุดของแมลงสาบพันธุ์อเมริกันมีความเร็ว เฉลี่ย 2.0 ไมล์ต่อชั่วโมง(75 เซนติเมตรต่อวินาที) ซึ่งหากเปลี่ยนเทียบกับสัตว์ใหญ่สักตัวละก็ มีวิ่งเร็วพอๆ กับเสือชีตาห์!!( 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ด้วยโครงสร้างที่เบา อีกทั้งสรีระที่แบนๆ ทำให้มันกระจายน้ำหนักได้ดี ดังนั้นเราจึงเห็นมันวิ่งเร็วมากจนตบแทบไม่ทัน แต่กระนั้นมันก็ชอบหลงทิศหลงทาง ต้องใช้หนวดและตาในการคลำหาเส้นทาง และมันจะปล่อยสารไว้ตามทางที่มันเดินเพื่อจะได้กลับไปที่เดิมได้เร็ว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจแต่อย่างใดหากเราจะเหยียบแมลงสาบ แล้วพบว่าแมลงสาบจะวิ่ง สะเปะสะปะ

อันดับที่ 2 แมลงสาบผู้รอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์


แมลงสาบมีชื่อเสียงมานานแล้วว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทนทายาด และมีการยืนกรานแล้วว่าแมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่รอดชีวิตจากระเบิด นิวเคลียร์แน่นอน แต่กระนั้นเราก็ไม่สามารถหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้ เลยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น บางทีอาจเป็นเพราะเซลล์ของแมลงสาบอาจสามารถฆ่ารังสีที่เป็นตัวก่อมะเร็ง, หรืออาจเป็นเพราะมันสามารถทนอยู่กับสภาพกัมมันตรังสี ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งได้



อันดับที่ 1 แมลงสาบซอมบี้


Emerald roach wasp มีชื่อไทยว่าต่อสาบมรกต หรือต่อมณีรัตน์ เป็นเป็นต่อชนิดหนึ่งพบได้ในแถบ แอฟริกา อินเดียและหมู่เกาะแปซิฟิก มันจะแสวงหาแมลงซักตัวเพื่อเป็นที่พักตัวอ่อนให้กับมัน โดยเหยื่อที่มันชอบคือแมลงสาบ แม้แมลงสาบมันจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวมันหลายช่วงตัวก็ตาม ซึ่งมันก็จะเข้าไปโจมตีโดยการต่อยแล้วปล่อยสารพิษประสาทที่ชื่อ Octopamine ให้แมลงสาบ ส่งผลให้แมลงสาบเป็นอัมพาตแต่ไม่สามารถจะเดินได้ด้วยตัวเอง จากนั้นต่อจะสามารถบังคับหนวดของแมลงสาบให้เดินตามมันไปยังรังของมันได้ตาม ต้องการอย่างว่าง่าย (คล้ายจูงหมากลับบ้าน) เมื่อเข้ารังแล้วปล่อยไข่ไว้ในตัวมันแล้วมันก็จะเด็ด กินหนวดของเหยื่อของมัน อ๊ะ! เหยื่อยังไม่ตายนะจากนั้นมันก็จะฝังแมลงสาบไว้เพื่อเ ป็นอาหารให้ลูกมันซึ่ง เมื่อลูกฟักจากไข่ก็จะเริ่มกินอาหารก็คือเนื้อแมลงสาบ ซึ่งขณะนั้นแมลงสาบไม่สามารถทำอะไรได้ (แต่ดิ้นได้ เพราะยังไม่ยอมตาย - -) ก็จะทรมานกับการถูกกินทั้งเป็นและเป็นอาหารจนตัวอ่อนโตขึ้น ซึ่งแมลงสาบก็จะเหลือแต่ซากแล้วล่ะ (ยอมตายซะที)
ที่มา : toptenthailand.com, sanook.com

อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก

อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก


อุปกรณ์ที่ใช้กำจัดปลวก


1. ถังสำหรับฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวก
2. อุปกรณ์สำหรับตวงวัดสารเคมีกำจัดปลวก
3. หน้ากากหรือผ้าปิดจมูกและหมวกที่ป้องกันละอองสารเคมีกำจัดปลวกได้
4.ชุดคลุม,เสื้อแขนยาว,กางเกงขายาวที่มิดชิด
สำหรับการใช้อุปกรณ์กำจัดปลวกอาจจะมีมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นตามสภาพพื้นที่และความรุนแรงหรือความเป็นพิษของน้ำยากำจัดปลวก นอกจากอุปกรณ์กำจัดปลวกพร้อมตามที่ต้องการแล้วควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากด้วย

แหล่งอาหารของปลวก

แหล่งอาหารของปลวก จำแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ

ไม้ (wood)

ดินและฮิวมัส (soil & humus)

ใบไม้และเศษซากพืชที่ทับถมอยู่บนพื้นดิน( Lave and litter )

ไลเคนและมอส ( Lichen and Moss)


. ปลวกส่วนใหญ่จะกินอาหารประเภทเนื้อไม้ เปลือกไม้ เศษไม้ ใบไม้ หรือวัสดุ อื่นๆ ที่มีเซลลูโลส เป็นองค์ประกอบ โดยในระบบทางเดินอาหารของปลวกจะมีสัตว์เซลล์เดียวคือ โปรโตซัวในปลวกชั้นต่ำ หรือมีจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย และเชื้อราในปลวกชั้นสูงซึ้งจะทำหน้าที่ช่วงในการย่อยอาหารประเภทเซลลูโลส หรือสารประกอบอื่นๆให้กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายปลวก

การวางระบบท่อป้องกันปลวก

การวางระบบท่อป้องกันปลวก


การวางระบบท่อป้องกันปลวก

ก่อนการก่อสร้างบ้านควรมีการจัดทำระบบท่อป้องปลวกไว้ในขั้นตอนแรกๆเพราะปลวกคือแมลงเม่า ที่ไหนมีแมลงเม่าบินไปถึง ที่นั้นอาจเป็นบ้านของปลวกหลังต่อไป ก่อนก่อสร้าง ระบบท่อป้องกันปลวกจะเดินตามคานสิ่งปลูกสร้างและทำการเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ โดยลักษณะของท่อกำจัดปลวกนั้นจะไม่สัมผัสกับดินเพราะอาจจะทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งระบบท่อจำจัดปลวกนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทำการทุบพื้น เจาะบ้านเป็นรูเพื่อฉีดน้ำยากำจัดปลวกระยะเวลาในการฉีดสารเคมีกำจัดปลวกลงในท่อกำจัดปลวกนั้นโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาตกค้างของสารเคมีกำจัดปลวกซึ่งทั้วไปมักฉีดปลวกประมาณปีละครั้ง

การทำ Pipe Treatment เป็นการวางท่อไว้ใต้อาคารเพื่อกำจัด และป้องกัน ปลวก การบริการจะต้องมีการเตรียมพื้นที่แล้วติดตั้งท่อตามแนวคานคอดิน ที่อยู่ใต้อาคาร การอัดน้ำยาเข้าท่อโดยใช้เครื่องอัดแรงดันสูง ทำให้น้ำยาแพร่กระจายตามท่อที่ติดตั้งไว้ ทั้งนี้การติดตั้งท่อจะทำตอนที่คานคอดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว


.

วงจรชีวิตของปลวก

วัฏจักรชีวิตปลวก


ปลวกทหาร ต่อสู้ ป้องกัน พลเมืองปลวก จากมด

ปลวก ทำงาน ทำงานหาอาหาร กินไม้ กินประตู วงกบ

ราชินีปลวก  วางไข่


ราชินีปลวก และการวางไข่  วางไข่ วันละหลายหมื่น ฟอง โอ้..... บร่ะเจ้า




แมลงเม่า  

แมลงเม่า

ความเสียหายจากปลวก ปลวกกินวงกบหน้าต่าง

ปลวกกินคานบ้าน

รังปลวก เส้นทางเดินของกองทัพปลวก



วัฏจักรชีวิตปลวก


ปลวกเมื่อโตเต็มวัยจะมีปีกหรือที่เรารู้จักกันว่า "แมลงเม่า” พบแมลงเม่ามากในช่วงต้นของฤดูฝน หรือระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายนและช่วงที่มีฝนตกผิดฤดูและมีปริมาณความชื้นสูง จึงเป็นระยะที่เหมาะกับการผสมพันธุ์ของแมลงเม่าและพบเห็นบ่อย

แมลงเม่าทั้งตัวผู้และตัวเมีย เมื่อบินออกจากรังจะจับคู่กันแล้วจะสลัดปีกทิ้ง จากนั้นจะพากันไปหาสถานที่ที่เหมาะสมในการที่จะเป็นรังใหม่ของมันต่อไปนั่น คือบริเวณที่มีความชื้นสูงและมีแหล่งของอาหารคือไม้อย่างพอเพียง ขั้นตอนการผสมพันธุ์เริ่มจากปลวกเพศเมีย ซึ่งกลายเป็นราชินีปลวกจะปล่อยกลิ่นฟีโรโมน ทำให้ปลวกตัวผู้(ปลวกราชา)ไปหาและผสมพันธุ์กัน เมื่อสร้างรังเสร็จตัวราชินีปลวกจะเริ่มวางไข่ภายในเวลา 1 เดือน การวางไข่ของราชินีปลวกครั้งแรกจะมีจำนวนน้อยประมาณ 10 ฟองหรือมากกว่า ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนปลวกออกมาภายในเวลาหลายสัปดาห์ วัฏจักรชีวิตปลวก รุ่น แรกจะเป็นปลวกงานและปลวกทหาร ในระยะแรกตัวอ่อนจะได้รับอาหารจากปลวกราชินีโดยการกินมูลและอาหาร ซึ่งทำให้ปลวกได้รับโปรโตซัวและแบคทีเรีย ต่อมาส่วนท้องของปลวกราชินีจะขยายใหญ่ขึ้นและจะเริ่มวางไข่อีกและจะเคลื่อน ไหวไปไหนมาไหนไม่ได้ ในครั้งนี้จะเป็นการผลิตปลวกงานและปลวกทหารให้เพิ่มขึ้น ในระยะ 3-4 ปีต่อมาราชินีจึงวางไข่เพื่อผลิตวรรณะสืบพันธุ์ชุดแรก สำหรับตัวราชาปลวกจะมีรูปร่างขยายขึ้นกว่าเดิมไม่มากนัก จะคอยอยู่ใกล้ๆ กับตัวนางพญาปลวกเพื่อทำการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว



ลักษณะไข่ปลวกมีรูปร่างเรียวยาวหรือค่อนข้างกลม สีขาวนวลมักวางเป็นฟองเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มคล้ายไข่แมลงสาบ เมื่อฟักออกเป็นตัวจะมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยแต่จะมีขนาดเล็กกว่า ตัวอ่อนจะลอกคราบหลายครั้งและเจริญเป็นตัวเต็มวัยที่ไม่มีปีกและเป็นหมัน คือปลวกงานและปลวกทหาร ส่วนตัวอ่อนที่ลอกคราบกลายเป็นตัวเต็มวัยมีปีกหรือแมลงเม่าจะกลายเป็นวรรณะ สืบพันธุ์ ระยะเวลาการเจริญของวรรณะสืบพันธุ์จากไข่ถึงตัวเต็มวัยใช้เวลา 9-10 เดือน ส่วนวรรณะทหารและกรรมกรใช้เวลา 4-6 เดือน วงจรชีวิตปลวกนางพญาและปลวกราชาจะมีอายุยืนยาวถึง 25-50 ปี



เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูการเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตกปีละประมาณ 2 -3 ครั้งโดยแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย (Alate or winged reproductive male of female ) บินออกจากรังในช่วงเวลาพลบค่ำประมาณ 18.30-19.30 น. เพื่อมาเล่นไฟจับคู่ผสมพันธุ์กันจากนั้นจึงสลัดปีกทิ้งไป แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินในบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น หลังจากปรับสภาพดินเป็นที่อยู่แล้วประมาณ 2-31 วันจึงเริ่มวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงวันละหลายพันฟอง ไข่จะฝักออกมาเป็นตัวอ่อน (Larva ) และจะเจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบจนเป็นตัวเต็มวัย ไข่รุ่นแรกจะฝักออกมาเป็นปลวกไม่มีปีก และเป็นหมันสารเคมีที่เรียกว่าฟีโรโมนหรือสารที่ผลิตออกมาจากทวารหนักของ ราชินี เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดจะเป็นตัวกำหนดให้ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นปลวกวรรณะต่างๆเช่น ปลวกงาน (Worker ) ปลวกทหาร (Soldier ) โดยบางส่วนของตัวอ่อนจะเจริญไปเป็นปลวกที่มีปีกสั้น ไม่สมบูรณ์ ซึ้งอยู่ในช่วงระยะเจริญพันธุ์ (Nymphs ) เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะเจริญไปเป็นแมลงเม่า ซึ่งมีปีกยาวสมบูรณ์เต็มที่บินออกไปผสมพันธุ์ต่อไป ตัวอ่อนบางส่วนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะสืบพันธุ์รอง (Supplementary Queen and king ) ซึ่งทำหน้าที่ผสมพันธุ์และอกไข่ เพิ่มจำนวนประชากร ในกรณีที่ราชา (King ) หรือราชินี (Queen ) ของรังถูกทำลายไป





.

ที่อยู่อาศัยของปลวก

ที่อยู่อาศัยของปลวก แบ่งเป็น

- ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน จำแนกได้อีก 3 พวก คือ ปลวกใต้ดิน, ปลวก
ที่อยู่ตามจอมปลวก และปลวกที่อยู่ตามรังขนาดเล็ก
- ปลวกที่อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ แยกเป็นปลวกไม้แห้ง เป็นพวกที่มีอาณาจักร หรือรังเล็กกว่าปลวกใต้ดิน อาศัยอยู่ในเนื้อไม้และจะไม่ลงไปในดิน ปลวกชนิดนี้ต้องการความชื้นในไม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นปลวกที่ทำลายความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนและเครื่องเฟอร์นิเจอร์มาก ที่สุด และปลวกไม้ชื้น อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ที่มีความชื้นสูง เช่น เปลือกไม้ ไม้ซุง หรือไม้ที่ผุแล้ว ตามปรกติแล้วปลวกประเภทนี้จะไม่มีอันตรายกับอาคารบ้านเรือนมากนัก
ทั้งนี้ปลวกชอบอาศัยอยู่ในที่ที่มีความชื้นสูง มีความอดทนต่ออากาศที่มีความกดดันต่ำ มันจึงต้องอาศัยอยู่ในพื้นดินที่มีความชื้นของบ้าน และจะเข้ามาตามพื้นช่วงล่างของอาคาร โดยสร้างทางเดินและไต่เข้ามาตามรอยแยกอาคาร ซึ่งไม่มีอาคารชนิดใดไม่ว่าจะปลูกใหม่หรือเก่าจะปลอดภัยจากปลวก มันสามารถสร้างทางเดินด้วยดินเหนียวหุ้มเป็นโพรง ไต่เข้าไปตามผนังหรือรอยแตกของคอนกรีต รอยต่อของอิฐ และท่อน้ำทิ้งของพื้นช่วงล่างของอาคารได้เสมอ
และหากจะสังเกตเมื่อเห็นปลวกที่มีปีกหรือแมงเม่าบินออกจากรูไปอย่างรวดเร็ว นั่นแสดงถึงลางร้าย พวกปลวกเหล่านี้จะบินไปซ่อนตัวตามอาคาร แล้วชอนไชเข้าไปกินเนื้อไม้ หรือทรัพย์สินของท่าน การกำจัดปลวกจึงต้องอาศัยผู้ที่มีอาชีพกำจัดปลวกโดยตรง หรือหากจะป้องกันด้วยตนเอง ควรหามาตรการโดยให้ผู้ชำนาญการกำจัดแมลง เป็ฯผู้สร้างมาตรการป้องกันตามหลักวิชาการที่ได้ผลแน่นอน และจะคงผลไว้ในระยะเวลานานหลายปี ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย ด้วยความชำนาญของเจ้าหน้าที่ และตัวยาเคมีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดย สมาคมผู้ประกอบกิจการกำจัดแมลงแห่งประเทศไทย


ความเสียหายจากปลวก

ความเสียหายจากปลวก


ปลวก สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนมากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมากกว่าความเสียหายจากอัคคีภัยถึง 5 เท่า ปลวกเป็นแมลงศัตรูสำคัญทางเศรษฐกิจ ในการสำรวจพบว่าอาคารบ้านเืรือนเกือบ 40% เคยถูกปลวกเข้าทำลาย เมื่อปลวกเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน พวกมันจะขุดดินทำอุโมงค์ เข้ามายังทรัพย์สิน อันมีค่าอย่างลับ ๆ และแอบซ่อนทำลายทรัพย์สินไปเรื่อย ๆ จึงเป็นการยากที่จะหยุดการทำลายล้างของมัน ไม่สามารถตรวจพบพวกมันก่อนที่จะสาย โดยส่วนมากผู้ที่พบปัญหา หรือเคยถูกปลวกทำลายทรัพย์สิน จะเป็นจุดที่ปลวกกินและไม่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว เช่น บานประตู วงกบ ไม้ลายบัว บันได ตู้ไม้่ต่าง ๆ วงกบประตูห้องน้ำ เป็นต้น


ปลวกตัวแรกของโลกพบเมื่อประมาณ 220 ล้านปีมาแล้ว เป็นการขุดพบซากฟอสซิลของปลวก โดย E.M. BORDY แห่ง
มหาวิทยาลัย WITWATERSRAND ในแอฟริกาใต้ ทำให้นักชีววิทยาสัตว์ดึกดำบรรพ์รู้ว่าปลวกโบราณมีรูปร่างที่ละม้าย
คล้ายคลึง แมลงสาบปัจจุบันมากแต่มีขนาดเล็กกว่าและมีผิวอ่อนนุ่มกว่า

- ในโลกทุกวันนี้มีปลวกมากกว่า 2,000 ชนิด
- แมลงเม่า เป็นปลวกในระยะสืบพันธ์
- ราชาปลวก เป็นปลวกที่ไม่ต้องทำมาหากิน มีหน้าที่สืบพันธ์กับราชินีปลวกในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ศัตรูปลวก ได้แก่ มด แมลงเต่าทอง ตัวต่อ กิ้งก่า ตะกวด ตะขาบ นอนหลับพักผ่อน ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างปลวกอ่อนไม่ถูกกระทบ
กระเทือน
- อาณาจักรปลวกมีการปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย์ คือมีราชินีปลวกเป็นเจ้าแม่ผู้ทรงอำนาจสูงสุด เพราะเจ้าแม่ปลวกขาวพันธ์อาจมีอายุยืนนานถึง 100 ปี ดังนั้นการมีประสิทธิภาพสูงในการผลิตปลวก จึงทำให้สมาชิกปลวกมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และนั่นก็หมายความว่า รังปลวกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยมันจะขนดินจากใต้ดินขึ้นมาบนดินและวางให้เป็นกองแล้วใช้น้ำลายเป็นตัวเชื่อมเนื้อดิน จนได้จอมปลวกที่อาจสูงถึง 7 เมตร ลักษณะของรังปลวกจะเอียง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง และรังของมันจะมีรูระบายอากาศเข้าออกอีกทั้งมีสิ้นปิดเปิดให้ความชื้นภายในรังอยู่ที่ระดับพอดี


ปลวกคือ ??

มารู้จัก ปลวก



ปลวก
แมลงตัวน้อยที่เจ้าของบ้านต่างพากันกลัว มันไม่ได้มีความดุร้าย ทั้งยังมีขนาดตัวที่เล็กเพียงเท่ามดแต่เป็นเพราะความสามารถในการกัดกินของ เจ้าพวกนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นไม้ กระดาษ ผ้า หนังสัตว์ พรม หนังสือ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารอันโอชะของเจ้าปลวกทั้งสิ้นใช่ว่าพวกมันจะชอบกินไม้หรือวัสดุเหล่านั้น เพียงเพราะ เซลลูโลส (cellulose) ที่มีอยู่ในเนื้อไม้และสิ่งต่างๆ นั้นต่างหาก ที่ผุพังกลายมาเป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งบังเอิญว่าอาหารเหล่านี้สามารถหาได้เป็นอย่างดีในบ้านเราโดยไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ในปัจจุบันการสร้างบ้านแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มขั้นตอนของการป้องกันการก่อตัวของปลวกเข้าไปอย่างขาดไม่ได้

โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการก่อสร้าง คือ ก่อนการก่อสร้าง ควรอัดเคมีลงดินให้รอบแนวคานทั้งด้านในและด้านนอกของตัวบ้าน และฉีดสารเคลือบผิวดินทุกตารางนิ้ว รวมไปถึงตัวอาคาร และบริเวณที่มีความชื้นสูงการเลือกวัสดุที่จะนำมาสร้างบ้านนั้นหากต้องการที่จะใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก ควรเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลาย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ เป็นต้นปลวก เป็นสัตว์ที่นับได้ว่ามีความขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก ในการทำงานของมันนั้นจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คือ แมลงเม่า เป็นปลวกในระยะขยายพันธุ์

ปลวกเป็นกลุ่มของแมลง eusocial ที่จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับการจัดอันดับที่จัดหมวดหมู่ของคำสั่ง Isoptera  แต่ได้รับการยอมรับในขณะนี้เป็นญาติ ของแมลงสาบ Blattodea.
ในขณะที่ปลวกเป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศออสเตรเลีย
ขณะที่ 'white ant' จะไม่เกี่ยวข้องกับมด

เช่นมดและผึ้งและตัวต่อ - ทั้งหมดที่จะอยู่ในที่แยกต่างหาก
 - ปลวกแบ่งแรงงานในหมู่วรรณะผลิตรุ่นทับซ้อนกันและดูแลปลวกตัวเด็กทั้งหมด ปลวกส่วนใหญ่กินพืชที่ตายแล้วโดยทั่วไปในรูปแบบของไม้ใบไม้, ดินหรือมูลสัตว์และประมาณ ปลวกมีประมาณ 4,000 ชนิด (ประมาณ 3,106 เป็นที่รู้จักกัน  จัดหมวดหมู่แล้ว)
ปลวกมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ   เป็นศัตรูพืช     สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้าง อาคารพืชหรือปลูกป่า ปลวกเป็น detritivores สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเขตร้อน
และกึ่งเขตร้อนและปลวกมีหน้าที่ในการรีไซเคิลไม้และพืชอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก เป็นแมลง eusocial ปลวกอาศัยอยู่ในอาณานิคมที่ที่ครบกําหนดจํานวนจากหลายร้อยหลายล้านตัว
ปลวกสื่อสารระหว่างความหลากหลายของกิจกรรมพฤติกรรม    การกระจายอำนาจอาณานิคมใช้ระบบตนเองจัดกิจกรรมที่นำปลวกงาน   ที่แสดงแมลงเดียวเพียงอย่างเดียว อาณานิคมโดยทั่วไปมีนางไม้ (semimature หนุ่ม), คนงาน,
ทหารและประชากรปลวก  ปลวกสืบพันธุ์โดย   ปลวกราชินีเป็นตัววางไข่  ปลวกราชินีมีสองเพศ

ปลวกนางพญาและราชา
จะทำหน้าที่วางไข่เพื่อเพิ่มประชากรปลวก
- ปลวกทหาร
จะทำหน้าที่ต่อสู้กับศัตรูที่เข้ามาบุกรุกรังของมัน
- ปลวกงาน
จะทำหน้าที่หาอาหาร สร้าง ซ่อมและขยายรัง
- ปลวกขยายพันธุ์
หรือแมลงเม่าจะทำหน้าที่ในการขยายพันธุ์
ในแต่ละปีจะมีนางพญาปลวกเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ ในช่วง พฤษภาคม - มิถุนายน และในช่วงพฤศจิกายน


กำจัดปลวกคลิก



Top Hit